:
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหว้า ยินดีให้บริการ โทรศัพท์ 043-001932 อีเมล์ saraban@banwa.go.th

ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาในช่วงห้าปี

ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

1.  ความสัมพันธ์ระหว่างแผนพัฒนาระดับมหภาค

1.1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580)

การพัฒนาประเทศไทยนับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ได้ส่งผลให้ประเทศมีการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้รับการยกระดับเป็นประเทศในกลุ่มบนของกลุ่มประเทศระดับรายได้ปานกลาง ในด้านสังคมที่มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนส่งผลให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศยากจน และในด้านสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในความหลากหลายเชิงนิเวศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีความท้าทายต่อการพัฒนาที่สำคัญ อาทิ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2560 ที่ร้อยละ 3.9 ถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ เมื่อเทียบกับร้อยละ 6.0 ต่อปี ในช่วงเวลาเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของการลงทุนภายในประเทศและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวได้เต็มที่ โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ภาคบริการและภาคเกษตรมีผลิตภาพการผลิตในระดับต่ำขาดการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ประกอบกับแรงงานไทยยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพและสมรรถนะที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศ

นอกจากนั้น ศักยภาพและคุณภาพของประชากรไทยทุกช่วงวัยยังคงเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แม้ว่าการเข้าถึงระบบบริการสาธารณะ การศึกษา บริการสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และการคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ ของคนไทยมีความครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ ขณะที่ปัญหาด้านความยากจนยังคงเป็นประเด็นท้าทายในการยกระดับการพัฒนาประเทศให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้นและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันการวางกลยุทธ์ระยะยาวในการฟื้นฟู การใช้ และการรักษาทรัพยากรอย่างบูรณาการเพื่อการพัฒนาประเทศที่ผ่านมายังขาดความชัดเจน ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศยังมีปัญหาการใช้อย่างสิ้นเปลืองและเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว

จากปัจจัยและแนวโน้มที่คาดว่าจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ ข้างต้น เห็นได้ว่าบริบทและสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกประเทศมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีพลวัตสูงและมีความซับซ้อนหลากหลายมิติ ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตการพัฒนาประเทศอย่างมาก ดังนั้น การพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติและทุกด้านการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง มีความร่วมมือในลักษณะประชารัฐจากภาคส่วนต่าง ๆ ในรูปแบบของหุ้นส่วนการพัฒนาที่เป็นการดำเนินงานอย่างบูรณาการ เนื่องจากทุกมิติการพัฒนามีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน โดยประเทศไทยจำเป็นต้องมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีความรู้สมรรถนะ และทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ สามารถรู้เท่าทัน และปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข มีอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ และกติกาใหม่ ๆ และมาตรฐานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบ และปัจจัยส่งเสริมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน ทั้งในส่วนของระบบการเรียนการสอนและการพัฒนาทักษะฝีมือที่สอดคล้องกันกับการพัฒนาของคนในแต่ละช่วงวัย ระบบบริการสาธารณะโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ก้าวทันโลกจากการต่อยอดการพัฒนาบนพื้นฐานนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ส่งผลให้เกิดการสร้างห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจในทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และภาคบริการกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนา ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และนำไปสู่การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน

วิสัยทัศน์ (Vision)

“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืนโดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดีคนเก่งและมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีภาครัฐของประชาชน เพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติจะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาความมั่นคงเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐโดยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ประกอบดัวย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

 

1.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (..2560-2564)

ยุทธศาสตร์ที่กำหนดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 มีจำนวน 10 ยุทธศาสตร์ ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภายใต้สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการยากในการกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนในแผนพัฒนาระยะยาว เพราะยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาจำเป็นต้องมีการกำหนดและปรับปรุงให้สอดคล้องกับเงื่อนไขและปัจจัยแวดล้อมในช่วงเวลานั้น ๆ จึงจะสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุดังกล่าวยุทธศาสตร์ชาติจึงเป็นการกำหนดกรอบที่เป็นประเด็นหลักของการพัฒนาประเทศที่ครอบคลุมมิติต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนทั้งในเรื่องการพัฒนาฐานการผลิตและบริการ การพัฒนากลุ่มเป้าหมายและการพัฒนาในเรื่องกลไกและกฎระเบียบ รวมทั้งการพัฒนาทุนมนุษย์ภายใต้การกำหนดและการยึดหลักการสำคัญของการพัฒนา ดังนั้น ยุทธศาสตร์การพัฒนาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารจัดการในภาครัฐ การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาลในสังคมไทย

ยุทธศาสตร์ที่ 7 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์

ยุทธศาสตร์ที่ 8 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม

ยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาค เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์ที่ 10 ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา

  

1.3 แผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แนวคิดและทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปัญหาพื้นฐานด้านการขาดแคลนน้ำ ดินคุณภาพต่ำ ประสบอุทกภัย ภัยแล้งซ้ำซาก คนมีปัญหาทั้งในด้านความยากจน และมีปัญหาภาวะทุพโภชนาการ แต่มีความพร้อมด้านสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปสู่ความ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนจำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาพื้นฐานควบคู่ไปกับการพัฒนาการวิจัย เพื่อใช้ความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในภาค ให้มีการเจริญเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งการแสวงหาโอกาสการนำความรู้ ทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภายนอกมาช่วยขับเคลื่อน โดยการใช้ประโยชน์จากโครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับโครงข่ายระบบการคมนาคมขนส่งและพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงและข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่กำลังมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาเสริมสร้างกิจกรรมการพัฒนาใหม่ ๆ ให้แก่ภาค เพื่อให้มีอัตราการเติบโตที่สูงเพียงพอต่อการลดความเหลื่อมล้ำกับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศได้ในระยะยาว

ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 2 แก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในควบคู่กับการแก้ปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ

ยุทธศาสตร์ที่ 5 ใช้โอกาสจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภาคกลางและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ๆ ของภาค

            ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาความร่วมมือและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดนและแนวระเบียงเศรษฐกิจ

 

      1.4 แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง

แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาศักยภาพการผลิตการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้า การบริการ และโลจิสติกส์

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

 

1.5 ยุทธศาสตร์จังหวัดขอนแก่น (พ.ศ.2561-2565) ฉบับทบทวน พ.ศ. 2563

วิสัยทัศน์ (Vision)

“มหานครน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองนวัตกรรม ศูนย์กลางเชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”

พันธกิจ (Mission)

1. เสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งพลเมืองมีความสุข

2. พัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่และเป็นต้นแบบของการพัฒนาและบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ

3. พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ทั้งด้านเศรษฐกิจการคมนาคมและทรัพยากรมนุษย์เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหานครสู่อาเซียน

เป้าประสงค์ (Goal)

1. อัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นและมีเสถียรภาพ

2. ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความมั่นคงทางสังคม

3. อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

4. ยกระดับการค้าการลงทุนและการบริการให้มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน

ยุทธศาสตร์จังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและเชื่อมโยงโอกาสจากประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วยแนวทางพัฒนา ดังนี้

1.1 ส่งเสริมการผลิตและสร้างมูลค้าเพิ่มภาคการเกษตร

1.2 เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้า OTOP และ SMEs

1.3 เพิ่มขีดความสามารถภาคการค้า การลงทุน การบริการ และการท่องเที่ยว

1.4 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ                 

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาคุณภาพคนและสังคม ประกอบด้วยแนวทางพัฒนา ดังนี้

2.1 สร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคมอยู่เย็นเป็นสุข

2.2 ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

2.3 พัฒนาระบบด้านสุขภาพ                   

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยแนวทางพัฒนา ดังนี้

3.1 บริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน

3.2 สร้างสังคม และเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.3 การป้องกัน การลดผลกระทบ และการปรับตัวเพื่อรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

3.4 อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน                                  

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประกอบด้วยแนวทางพัฒนา ดังนี้

4.1 ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยทางถนน

4.2 การป้องกันและลดการสูญเสียจากสาธารณภัยและภัยพิบัติ

4.3 รักษาความมั่นคงแลความสงบเรียบร้อยภายใน

4.4 การปกป้องและเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์

4.5 ป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด                               

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และเมืองแห่งการประชุมสัมมนา (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions : MICE City) ประกอบด้วยแนวทางพัฒนา ดังนี้

5.1 การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้าน Smart City ครอบคลุม 6 ด้าน ตามแผน Khonkaen Smart City 2029 เพื่อเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ                            

5.2 การส่งเสริมนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยี และดิจิทัลเพื่อการพัฒนา

5.3 การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้าน MICE City

 

1.6 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดขอนแก่น

วิสัยทัศน์ (Vision)

“ขอนแก่นเมืองน่าอยู่ ชุมชนเข้มแข็ง เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และเมืองหลักเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”

ยุทธศาสตร์ มี 8 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเมืองและชุมชน ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดังนี้

1.1 พัฒนาระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ชุมชนเมืองและชนบทอย่างทั่วถึง และเป็นระบบ

1.2 พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่ายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน

1.3 พัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนระบบการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองและชุมชนแบบมีส่วนร่วม

1.4 ส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขอย่างเป็นระบบครบวงจร

1.5 สร้างวินัยประชาชน และความร่วมมือในการดูแลความเป็นระเบียบชุมชน การจราจรและลดอุบัติเหตุ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดังนี้

2.1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางคมนาคมขนส่งให้ได้มาตรฐานและให้ทั่วถึง

2.2 พัฒนาระบบการให้บริการขนส่งมวลชนให้ได้มาตรฐาน สะดวก สะอาดและปลอดภัย

2.3 พัฒนาจังหวัดเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อย่างสมดุล

2.4 พัฒนาพื้นที่สีเขียวและปรับปรุงภูมิทัศน์ที่สวยงาน เหมาะสม

2.5 สนับสนุนชุมชน หน่วยงาน ผู้ประกอบการในการพัฒนาระบบสุขาภิบาล และรักษาความสะอาดของครอบครัว ชุมชน (ถังดักไขมัน บึงประดิษฐ์ ตลาด ทางระบาย การกำจัดของเสีย)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาการศึกษาและศักยภาพพลเมือง ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดังนี้

3.1 ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานในระบบให้ได้มาตรฐานและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ

3.2 เพิ่มโอกาสทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับประชาชนทุกเพศวัยอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ

3.3 พัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการกีฬาขั้นพื้นฐานสู่ความเป็นเลิศและมุ่งสู่กีฬามืออาชีพและการกีฬา/นันทนาการเพื่อออกกำลังกาย

3.4 ส่งเสริม สนับสนุนและการพัฒนาการประกอบอาชีพ/ทักษะฝีมือที่เหมาะสมตรงศักยภาพของประชาชน

3.5 ส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมหลัก 12 ประการ

3.6 เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์แก่เด็กและเยาวชน กิจกรรมจิตอาสา เพื่อการใช้ทักษะชีวิตที่ดีเห็นคุณค่าตนเองและสังคม

3.7 ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชนท้องถิ่นและยกระดับทักษะประชาชนในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดังนี้

4.1 บริหารจัดการ อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการและยั่งยืน

4.2 อนุรักษ์ ฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่า ป่าชุมชนและป่าต้นน้ำลำธารให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

4.3 พัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำ แหล่งน้ำใต้ดินและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ โดยประชาชนมีส่วนร่วม

4.4 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะชุมชน สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย

4.5 สร้างสังคมและพลเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

4.6 ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกโซ่ล่าฟาร์ม

4.7 พัฒนาต้นแบบกิจกรรม/สาธิต แนวทางการใช้พลังงานทางเลือกใน อปท.ตามศักยภาพ

4.8 ส่งเสริมศักยภาพและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ ทสม.

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาการเกษตรยั่งยืน ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดังนี้

5.1 พัฒนาส่งเสริมการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

5.2 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตร

5.3 ยกระดับคุณภาพการผลิตพืชอาหารที่ปลอดภัย (Food Safety)

5.4 สนับสนุนการพัฒนารูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมและนวัตกรรมในพื้นที่

5.6 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางคมนาคมขนส่งสู่แหล่งเกษตร

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การเสริมสร้างสุขภาวะ ประกอบด้วยแนวทางพัฒนา ดังนี้

6.1 พัฒนาระบบบริการด้านสาธารณสุขให้มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียมในระดับปฐมภูมิ

6.2 พัฒนาระบบบริการทางสังคมให้มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม

6.3 สนับสนุนการฟื้นฟูการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกตามความเหมาะสมและเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพ

6.4 สนับสนุนการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ทสม. และพัฒนารูปแบบการบริการประชาชน

6.5 เฝ้าระวัง ป้องกัน โรคติดต่อ โรคอุบัติใหม่และการเผยแพร่ระบาดในพื้นที่ และพัฒนาระบการส่งต่อร่วมกับหน่วยบริการที่มีคุณภาพ

ยุทธศาสตร์ที่ 7 การสร้างเสริมทุนทางสังคมให้เข้มแข็งและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการแข่งขันภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดังนี้

7.1 เสริมสร้างค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะและวัฒนธรรมที่ดีงามแก่เด็กและเยาวชน

7.2 อนุรักษ์ สืบสานทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

7.3 พัฒนาและส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้

7.4 พัฒนา ส่งเสริม การพาณิชย์ การลงทุนและการท่องเที่ยว

7.5 ส่งเสริม สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้และการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการประกอบอาชีพและดำรงชีพ

ยุทธศาสตร์ที่ 8 การพัฒนาการบริหารภาครัฐภายใต้หลักธรรมาภิบาล ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนา ดังนี้

8.1 ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่ภาคประชาชน

8.2 ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมใหม่ในการปฏิบัติงานและบริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง

8.3 พัฒนาขีดสมรรถนะของบุคลากรให้เพิ่มขึ้นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

8.4 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายของภาคประชาชน

8.5 พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารและความโปร่งใสส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลกระทบจากการพัฒนาในท้องถิ่น

 

2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหว้า (พ.ศ.2566-2570)

2.1 วิสัยทัศน์ (Vision)   

บ้านหว้าน่าอยู่ มุ่งสู่การพัฒนา ประชามีส่วนร่วม ยึดรวมหลักธรรมาภิบาล

 

2.2 ยุทธศาสตร์ (Strategic) ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนและสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. และแนวนโยบายของรัฐบาล

2.3 พันธกิจ (Mission) ประกอบด้วย ดังนี้

1. จัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกและทางระบายน้ำ

2. บำรุงรักษาและควบคุมตลาดสด

3. ส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน

4. ส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

5. ส่งเสริมการศึกษาทั้งในและนอกระบบ

6. ส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน

7. กำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

8. สนับสนุนการสาธารณสุขมูลฐาน

9. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล

10. รองรับการกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญและนโยบายรัฐบาล

 

2.4 เป้าประสงค์ (Goal)

1. พัฒนาเส้นทางการคมนาคมให้มีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย

2. เพิ่มระบบไฟฟ้า น้ำประปาให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน

3. ตลาดสด อบต.บ้านหว้ามีความสะอาดถูกสุขลักษณะ

4. ประชาชนมีอาชีพและรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

5. ส่งเสริมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

6. สร้างโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยและเข้ามามีส่วนร่วมในด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

7. ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและกำจัดขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธี

8. บูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 

2.5 ตัวชี้วัด (KPI)

1. กรณีโครงการโครงสร้างพื้นฐาน วัดคุณภาพงานจากการที่คณะกรรมการตรวจรับงานจ้างตรวจรับงานโดยจะต้องได้คุณภาพงานที่ดี ไม่มีปัญหาและข้อท้วงติง

           2. กรณีโครงการด้านอื่น ๆ วัดจากการบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในโครงการทุกประการ

 

2.6 ค่าเป้าหมาย (Target Value)

 

ยุทธศาสตร์

เป้าหมาย

1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

- การก่อสร้าง ปรับปรุง บำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในพื้นที่ เช่น ถนน สะพาน ท่อ/รางระบายน้ำ ท่อลอดเหลี่ยม หอกระจายข่าว ระบบน้ำอุปโภคบริโภค อาคารต่าง ๆ ฯลฯ

2. การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

- การส่งเสริมการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ยกระดับพัฒนารายได้ และส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยว การลงทุนและการบริการ ฯลฯ

3. การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนและสังคม      

- ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ การศาสนาและวัฒนธรรม สร้างเสริมสุขภาวะในชุมชน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส สตรี การป้องกันและระงับโรคติดต่อต่าง ๆ ควบคุมป้องกันโรคระบาดในพื้นที่

พัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนการบริการสาธารณสุขของหมู่บ้าน กองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.บ้านหว้า ฯลฯ

4. การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

- การพัฒนาและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ในป่าต้นน้ำ ป่าสาธารณะ ปลูกหญ้าแฝก อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ การบริหารจัดการขยะมูลฝอย ฯลฯ

5. การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

- พัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มเครื่องมือ เทคโนโลยีการให้บริการประชาชน พัฒนาระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฯลฯ

6. การพัฒนาตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. และแนวนโยบายของรัฐบาล

- ดำเนินการหรืออุดหนุนส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ อปท.อื่น องค์กรประชาชน องค์กรการกุศล องค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมาย ปลูกจิตสำนึกให้ราษฎรมีความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อความมั่นคงของชาติ เพิ่มประสิทธิภาพ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ฯลฯ

 

 2.7 กลยุทธ์ (Strategy)

1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วยกลยุทธ์การพัฒนา ดังนี้

1.1 การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมและขนส่ง สาธารณูปโภค สาธารณูปการ

1.2 การพัฒนาแหล่งน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร

1.3 การพัฒนาด้านไฟฟ้าแสงสว่างและบริการสาธารณะ

2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วยกลยุทธ์การพัฒนา ดังนี้

2.1 การส่งเสริมการพัฒนาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2.2 การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การตลาด เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และยกระดับพัฒนารายได้

2.3 การส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยว การลงทุนและการบริการ

3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนและสังคม ประกอบด้วยกลยุทธ์การพัฒนา ดังนี้

3.1 การส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาทั้งในระบบ  นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

3.2 การส่งเสริมการเรียนรู้อนุรักษ์ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น

3.3 การส่งเสริมสนับสนุนการกีฬาและนันทนาการ

3.4 การส่งเสริมและสนับสนุนกองทุนชุมชน

3.5 การส่งเสริมความเข้มแข็ง การมีส่วนร่วมและความสามัคคีในชุมชน

3.6 การส่งเสริม พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส

3.7 การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข การป้องกันและควบคุมระวังโรคติดต่อ

4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยกลยุทธ์การพัฒนา ดังนี้ 

4.1 การส่งเสริมฟื้นฟู การพัฒนาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาภาวะโลกร้อน

4.2 การส่งเสริมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย มลภาวะ

4.3 การส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน

5. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ประกอบด้วยกลยุทธ์การพัฒนา ดังนี้

5.1 การส่งเสริมบูรณาการการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของทุกภาคส่วน

5.2 การพัฒนาปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้และเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกและสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ

5.3 การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบริหารจัดการระบบราชการให้มีประสิทธิภาพตามหลักธรร-มาภิบาล

5.4 การส่งเสริมพัฒนาการจัดระเบียบชุมชน การป้องกันรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. และแนวนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วยกลยุทธ์การพัฒนา ดังนี้

6.1 การส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ

6.2 สนับสนุนการลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี

6.3 การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

6.4 ส่งเสริมสนับสนุนตามแนวพระราชดำริด้านสาธารณสุข

6.5 ส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานการกุศลและภาคประชาชน

 

 2.8 จุดยืนทางยุทธศาสตร์ (Positioning)

1. พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

2. ส่งเสริมการค้า การลงทุน การเกษตรและแปรรูปสินค้าการเกษตร

3. ส่งเสริมแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

4. ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

      5. เสริมสร้างการมีส่วนร่วม บริหารงานมุ่งผลสัมฤทธิ์ ยึดหลักธรรมาภิบาล

 

3. การวิเคราะห์เพื่อการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหว้า

 3.1 การวิเคราะห์กรอบการจัดทำยุทธศาสตร์ขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหว้า

วิเคราะห์จุดแข็ง  จุดอ่อน  โอกาส  อุปสรรค  (SWOT)

การวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินสภาพการณ์พัฒนาในปัจจุบัน และโอกาสในการพัฒนาในอนาคตของท้องถิ่น เป็นการประเมินถึงโอกาส และภัยคุกคามหรือข้อจำกัดอันเป็นสภาวะแวดล้อมภายนอกที่มีผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของท้องถิ่น อันเป็นสภาวะแวดล้อมภายในขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้เทคนิคการ SWOT Analysis (จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค) เพื่อพิจารณาศักยภาพการพัฒนาของแต่ละยุทธศาสตร์ ในแต่ละด้าน ดังนี้

 

ปัจจัยภายใน

จุดแข็ง (Strengths =S) 

1. มีโครงสร้างกรอบอัตรากำลังบุคลากรที่ชัดเจน คลอบคลุมอำนาจหน้าที่ตามภารกิจ และสามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงได้ตามภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอน

2. มีรายได้จากเงินอุดหนุน และรายได้จากการจัดเก็บภาษีเป็นของตนเอง ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน

3. มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กำหนดอำนาจหน้าที่และภารกิจของ อบต. ไว้ชัดเจน ตาม พรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. และ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

4. สภาองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถออกข้อบัญญัติได้เองภายใต้กรอบของกฎหมาย

5. ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดนโยบายได้เองภายใต้กรอบของกฎหมาย

6. ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถจัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้โดยตรง

7. มีแผนพัฒนาท้องถิ่นที่ชัดเจน และมีการบรูณาการจัดทำแผนการทำงานร่วมกับหน่วยงานหรือส่วนราชการอื่น

8. มีการจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติงานที่ทันสมัย และเอื้อประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

จุดอ่อน (Weaknesses =W) 

1. ที่ตั้งของเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหว้า เป็นเขตชานเมืองมีพื้นที่อุตสาหกรรมและการขยายตัวด้านเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย ทำให้การจัดเก็บรายได้มีน้อยตาม

2. ขาดความต่อเนื่องในการบริหารงานเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้ขาดเสถียรภาพทางการเมือง

3. ความต้องการและความคาดหวังของประชาชนมีสูงต่อองค์การบริหารส่วนตำบลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลตอบสนองได้น้อย

4. งบประมาณด้านบริการสาธารณะที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางด้านปัจจัยพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างเพียงพอ 

5. มีกฎหมายใหม่ ๆ จำนวนมาก และมีการถ่ายโอนภารกิจเพิ่มมากขึ้น ทำให้การปฏิบัติงานของบุคลากรไม่ทันต่อภารกิจที่ได้รับถ่ายโอน

6. ไม่สามารถนำงบประมาณไปช่วยเหลือหน่วยงานอื่นได้อย่างคล่องตัว 

7. บุคลากรขาดการฝึกอบรมทักษะเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่อง

8. เกิดโรคติดต่อระบาดอย่างต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจทรุด

 

ปัจจัยภายนอก

โอกาส (Opportunities =O) 

1. แผนยุทธศาสตร์จังหวัด กลุ่มจังหวัด และระดับชาติเอื้อหนุนต่อการพัฒนาท้องถิ่น

2. นโยบายภาครัฐเอื้อในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น

3. กฎหมายกระจายอำนาจ ฯ เอื้อต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบล

4. มีศาสนสถานจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งสามารถพัฒนาเสริมสร้างความพร้อมให้เป็นแหล่งพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของเยาวชนและประชาชนในตำบล

5. มีเส้นทางคมนาคมหลายเส้นทางทำให้สามารถจะพัฒนาด้านเศรษฐกิจได้

6. พื้นที่ชานเมืองทำให้มีความเจริญสามารถต่อยอดธุรกิจต่าง ๆ ได้

 

อุปสรรค (Threats  =T) 

1.   งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐไม่เพียงพอต่อความต้องการในการพัฒนาท้องถิ่น

2. รัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการพัฒนาประเทศบ่อย ส่งผลให้ท้องถิ่นต้องมีการปรับเปลี่ยนนโยบายตามไปด้วย

3. ปัญหาการเมืองระดับประเทศยังไม่มีเสถียรภาพ ยังมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้นโยบายการพัฒนาท้องถิ่นไม่ชัดเจน

4. การเมืองเข้ามามีบทบาทต่อการบริหารจัดการมากขึ้น

5. ระเบียบ ฯ ข้อกฎหมาย จำกัดอำนาจหน้าที่บางประการที่ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น

6. อำนาจหน้าที่ตามแผนการกระจายอำนาจ ฯ บางภารกิจยังไม่มีความชัดเจน

7. รัฐบาลถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นมากขึ้น แต่ไม่จัดสรรบุคลากรและงบประมาณให้ท้องถิ่นบริหารงานได้อย่างเต็มที่

8. การให้ความอิสระองค์การบริหารส่วนตำบลจากส่วนกลางยังไม่เต็มที่ ยังต้องอยู่ภายใต้การกำกับ ควบคุมดูแลจากส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง

9. การจัดเก็บระบบฐานข้อมูลยังไม่มีความจริงจัง ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้

10. ปัญหาด้านเศรษฐกิจภายในประเทศเกิดการชะลอตัวอันเนื่องมาจากเกิดโรคติดต่อระบาด

11. ความหลากหลายของประชากรที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ส่งผลทำให้เกิดปัญหายาเสพติดและปัญหาอาชญากรรมและปัญหาด้านสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้น